Floating ใน Poker: เทคนิค Call เพื่อชิง Pot ใน Turn
ในเกมโป๊กเกอร์ หลายคนมักคิดว่า “การ Call” หมายถึงการที่เรามีแฮนด์ที่ดีพอจะสู้ได้ แต่สำหรับผู้เล่นที่มีประสบการณ์ การ Call บางครั้งไม่ได้เกิดจากความแข็งแรงของไพ่ แต่เป็นการวางแผนเพื่อควบคุมเกมในสตรีทถัดไป
หนึ่งในเทคนิคที่สะท้อนแนวคิดนี้ได้ชัดที่สุดคือ Floating ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ใช้กันบ่อยในเกม Texas Hold’em โดยเฉพาะในเกมออนไลน์และโต๊ะที่มีผู้เล่นสาย Aggressive
Floating ช่วยให้คุณสามารถชนะ Pot ได้ แม้ในสถานการณ์ที่คุณไม่ได้มีแฮนด์ที่ดีที่สุด เพียงแค่เข้าใจจังหวะและเลือกใช้ให้ถูกสถานการณ์

Floating คืออะไร
Floating คือการที่ผู้เล่นเลือก Call ใน Flop โดยที่แฮนด์ยังไม่แข็งแรง เพื่อรอโอกาสชนะ Pot ในสตรีทถัดไป โดยเฉพาะใน Turn
พูดให้เข้าใจง่ายคือ
“Call ตอน Flop เพื่อ Bluff ใน Turn”
แต่สิ่งสำคัญคือ Floating ไม่ใช่การ Call แบบสุ่ม แต่เป็นการ Call แบบมีแผน
แนวคิดเบื้องหลัง Floating
Floating เกิดจากพฤติกรรมของผู้เล่นส่วนใหญ่ที่มักจะ
- C-Bet ใน Flop เป็นนิสัย
- แต่ไม่สามารถ Bet ต่อใน Turn ได้เสมอ
เมื่อผู้เล่นเหล่านี้ Bet ใน Flop แล้วโดน Call พวกเขามักจะเริ่ม “ชะลอเกม” ใน Turn โดยการ Check
และจุดนี้เองคือโอกาสของคุณ
เมื่อคู่ต่อสู้แสดงความอ่อนแอใน Turn คุณสามารถเข้าควบคุม Pot ได้ทันที
ตัวอย่างสถานการณ์ Floating แบบละเอียด
สมมติสถานการณ์
- คุณอยู่ตำแหน่ง Button
- ถือแฮนด์ 9♠ 8♠
- ผู้เล่น Cutoff Raise และคุณ Call
Flop เปิด
A♦ 6♣ 2♥
คู่ต่อสู้ Bet (C-Bet)
แม้ Flop นี้จะไม่ช่วยแฮนด์ของคุณเลย แต่คุณเลือก Call
เหตุผลคือ
- Board นี้มักไม่เชื่อมกับ Range ของคุณ แต่ก็ไม่ได้ช่วยคู่ต่อสู้เสมอไป
- คุณมี Position
- คุณคาดว่าคู่ต่อสู้จะ Check ใน Turn หากเขาไม่มีแฮนด์จริง
Turn เปิด
J♣
คู่ต่อสู้ Check
นี่คือจังหวะสำคัญ
คุณสามารถ Bet เพื่อชิง Pot ได้ทันที และในหลายกรณี คู่ต่อสู้จะเลือก Fold
Floating vs Bluff ต่างกันอย่างไร
หลายคนเข้าใจว่า Floating คือ Bluff แต่จริง ๆ แล้วมีความต่าง
- Bluff = Bet เพื่อหลอก
- Floating = Call ก่อน แล้วค่อย Bluff ทีหลัง
Floating จึงเป็นการ Bluff ที่ “มีขั้นตอน” และต้องอาศัยการอ่านเกมมากกว่า
เงื่อนไขสำคัญของ Floating
1. Position คือหัวใจหลัก
Floating แทบจะใช้ไม่ได้เลยถ้าคุณไม่มี Position
ตำแหน่งที่เหมาะที่สุดคือ
- Button
- Cutoff
เพราะคุณจะได้เห็นว่าคู่ต่อสู้ Check หรือ Bet ก่อนเสมอ
2. เลือกคู่ต่อสู้ให้ถูก
Floating จะได้ผลดีกับผู้เล่นที่
- C-Bet บ่อย
- แต่ไม่ Aggressive ต่อใน Turn
ผู้เล่นประเภทนี้มัก “ยอมแพ้กลางทาง” และเป็นเป้าหมายที่ดีที่สุด
3. Board ต้องเอื้อ
Board ที่เหมาะกับ Floating มักเป็น
- Dry Board เช่น K♣ 7♦ 2♠
- Board ที่ไม่มี Draw มาก
เพราะมีโอกาสสูงที่คู่ต่อสู้จะ “พลาด Flop”
Floating ขั้นสูง: เมื่อควรยิงต่อใน River
ในบางสถานการณ์ Floating อาจไม่จบที่ Turn
ถ้าคุณ Bet ใน Turn แล้วโดน Call คุณยังสามารถวางแผนต่อใน River ได้ (เรียกว่า Double Barrel / Triple Barrel)
แต่ต้องระวัง
- คู่ต่อสู้ที่ Call Turn มักมีแฮนด์บางระดับ
- ต้องเลือกสถานการณ์ที่ Board เปลี่ยน (Scare Card)
ความผิดพลาดที่พบบ่อย
ผู้เล่นจำนวนมากใช้ Floating แบบผิดวิธี เช่น
Call โดยไม่มีแผน
Call Flop แต่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรใน Turn
Floating กับผู้เล่นผิดประเภท
ใช้กับผู้เล่นที่ไม่ยอม Fold
ใช้บ่อยเกินไป
ถ้าคู่ต่อสู้จับทางได้ Floating จะไม่ได้ผล
สรุป
Floating เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ช่วยให้คุณ “ชนะโดยไม่ต้องมีไพ่ดีที่สุด”
มันคือการใช้
- Position
- การอ่านเกม
- และจังหวะของคู่ต่อสู้
เพื่อเปลี่ยนสถานการณ์ให้เป็นโอกาสของคุณ
ผู้เล่นที่ใช้ Floating ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะสามารถเพิ่ม Winrate ได้อย่างชัดเจน และทำให้เกมของตัวเองมีความหลากหลายมากขึ้น


